Image Caption
Image Caption
Image Caption
Image Caption
Image Caption
สำรวจความคิดเห็น

ความพึงพอใจของท่านต่อผลการปฏิบัติงานและการให้บริการของเทศบาลตำบลบุ่งไหม อยู่ในระดับใด ?

มาก - 62.5%
ปานกลาง - 12.5%
น้อย - 25%

Total votes: 8
The voting for this poll has ended on: 03 ธ.ค. 2015 - 00:00

ประวัติความเป็นมา

Share

ประวัติความเป็นมา

ประวัติการตั้งชื่อตำบลบุ่งไหม


          ตำบลบุ่งไหม เดิมเป็นหมู่บ้านที่ขึ้นอยู่ในเขตตำบลอื่น 2 ตำบล คือ ตำบลขวาง และ ตำบลคำน้ำแซบ หมู่บ้านที่อยู่ในเขตตำบลคำขวาง มีจำนวน 3 หมู่บ้าน คือ บ้านวังกางฮุง ,บ้านยาง และบ้านคำกลา มีจำนวน 3 หมู่บ้านที่ขึ้นกับตำบลคำน้ำแซบ คือบ้านกุดระงุม บ้านท่ากกเสียวและบ้านกุดปลาขาว ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2536 ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นตำบล รวม 6 หมู่บ้านเข้าด้วยกัน เดิมตำบลยังไม่มีชื่อ เนื่องจากมีความขัดแย้งกันในการตั้งชื่อเป็นตำบล คือ บ้านวังกางฮุง บ้านยาง อำเภอวารินชำราบ โดยปลัดอำเภอ ขณะนั้นคือ นายธีระ พรชูตรง ได้ลดความขัดแย้งโดยขอให้ใช้ชื่อภูมิประเทศที่สำคัญ นายวินิจ นันทะบุตร กำนันในขณะนั้น ได้ประชุมชาวบ้านโดยได้มติตกลงในที่ประชุมให้ เป็นชื่อ “ ตำบลบุ่งไหม “ ตามหนองน้ำ สาธารณะหนองบุ่งไหม ที่แยกออกมาจากแม่น้ำมูล

     ที่ตั้งทำการ สภาตำบล ในขณะนั้น ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในเขตบ้านคำกลาง ยกฐานะเป็นตำบลเมื่อ ปี พ.ศ.2536 ประกอบด้วยหมู่บ้าน 12 หมู่บ้าน มีรูปแบบการปกครองแบบสภาตำบล ยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2540 จนถึงปัจจุบัน และได้ยกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งไหม เป็นเทศบาลตำบลบุ่งไหม เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2556 โดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศ ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2556

     เหตุที่ได้ใช้ชื่อ “ บุ่งไหม ” เนื่องจากว่า ที่ตั้งที่ทำการสำนักงานใกล้กับ หนองน้ำสาธารณะชื่อ บุ่งไหม ที่แยกมากจากลำแม่น้ำมูล

     คำว่า "บุ่ง" มาจากภาษาพื้นบ้านอีสาน มีลักษณะคือ เป็นพื้นที่ชุมริมฝั่งลำน้ำที่มีน้ำท่วมเป็นครั้งคราว"ใช้เรียกบริเวณที่ลาดลุ่มที่มีแหล่งน้ำแช่ขังและในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ให้ความหมายคำว่า "บุ่ง" คือ "บึง"บริเวณลำน้ำในที่ราบริมฝั่งแม่น้ำที่แอ่งน้ำเอ่อล้นตลิ่งเจิ่งนองไปทั่วระหว่างฤดูฝนหรือฤดูน้ำหลาก และน้ำที่ล้นตลิ่งจะท่วมอยู่บนพื้นที่ราบเป็นระยะเวลาแรมเดือนในแต่ละปี ลักษณะดินเป็นดินตะกอนเกิดจาการพัดพามาทับถมกันของสายน้ำหลาก จึงเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เต็มซึ่งมักจะมีน้ำเอ่อท่วมตามคุ้งน้ำหรือแผ่ออกเป็นพื้นที่กว้างมีพืชพรรณหลายชนิดขึ้นปกคลุมซึ่งในภาคะวันออกเฉียงเหนือเรียกพื้นที่ลักษณะนี้ว่า “บุ่ง”

     คำว่า บุ่งไหม มาจากการบอกเล่าของชาวบ้านในสมัยก่อนว่าในหนองน้ำแห่งนี้ มีต้นไม้ชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็น เถาวัลย์ ซึ่งภาษาพื้นบ้านอีสานเรียกว่า เครือไหม เกิดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณหนองน้ำแห่งนี้ ชาวบ้านจึงเรียกบุ่งน้ำแห่งนี้ว่า “ บุ่งไหม ”